อยากจะมีใครซักคน
ที่จะอยู่ข้างๆเหมือนเค้าจัง
แต่ไม่ว่าจะมองไปทางไหน
กลับมีแต่เสียงลมหายใจของตัวเอง
และตอนนี้ ทุกๆอย่าง กำลังจะกลับไปเป็น...
เหมือนที่เคยเป็นมาก่อน
เหมือนเรื่องราวที่เขียนเอาไว้ในอดีต
...................................................
ผมลืมตาตื่นขึ้นมาในเช้าวันหนึ่ง
ผมพบว่าทุกๆอย่างยังคงเป็นไปเหมือนเช่นเคย อย่างที่มันเคยเป็น
ทุกๆสิ่งยังคงเดินไปในเส้นทางเดิมๆดั่งเช่นเคย
ผมยังคงตื่นขึ้นมาแปรงฟัน อาบน้ำ ทำกิจกรรมยามเช้าเหมือนทุกๆวัน
ผมยังคงนั่งเล่น Computer เหมือนทุกๆวัน
ผมยังคงฟังเพลงตลอดบ่ายเหมือนเดิม
ชีวิตที่เดินอยู่บนทางเดินสายดนตรีที่ผมใฝ่ฝัน ยังคงเดินต่อไปช้างหน้าอย่างช้าๆ
และผมยังคงคิดถึงเรื่องอนาคต ความฝัน และปลายทางของผม
แต่ทำไมเวลาในวันนี้มันช่างโหดร้ายกับผมเสียเหลือเกิน
ทำไมเข็มนาฬิกามันถึงได้เดินช้าลงเหมือนว่ามันกำลังจะอ่อนแรง
เหมือนว่าถ่านมันกำลังจะหมด
หรือว่ามันพยายามบอกกับผมว่า
...มันกำลังจะตาย…
ทำไมวันนี้ฟ้าถึงไม่สดใสเหมือนเช่นหลายๆวันก่อนที่ผ่านมา
ทำไมวันนี้อากาศถึงได้ร้อนๆหนาวๆเป็นระยะๆ
แสงอาทิตย์ที่เคยส่องผ่านหน้าต่างห้องนอนจนแสบตา
เพียงแต่ว่า ในวันนี้
...มันหายไป…
เคยนั่งฟังเพลงเดิมๆเหล่านี้อยู่เสมอ
แต่แล้วทำไมวันนี้มันช่างเหงาแทบขาดใจ
เหมือนคนร้องต้องการทำอารมณ์ให้มันเศร้ามากขึ้น เหงามากขึ้น
แล้วทำไมเพลงบางเพลงที่ผมไม่แม้แต่จะคิด ที่เปิดฟัง
แต่ทำไมวันนี้มันถึงได้สำคัญขนาดนั้น
ทำไมมันถึงได้เพราะขนาดที่ฟังแล้วทำให้ห้องที่เคยสว่างไสว กลับมืดลงในทันใด
...ทำไมกัน..
ต้นไม้ที่เคยผลิใบในอกออกผลงอกงามฤดูร้อน
วันนี้มันเริ่มผลัดใบในฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง
ผมลองย้อนกลับมามองดูตัวเองดู
พยายามสำรวจตัวเองดูว่าอะไรกันที่เปลี่ยนไป...ตัวผมหรือสิ่งแวดล้อมรอบกาย
ผมพยายามอย่างมากเพื่อที่จะคิดย้อนกลับไปในช่วงเวลาของเมื่อวานจนถึงปัจจุบันขณะ
และผมจึงได้คำตอบให้กับตัวเองว่า
...มันคือความรู้สึกข้างในตัวของผมเอง
เพลงที่เคยฟังอยู่เสมอ เนื้อร้องก็ยังคงเดิม
เสียงร้องก็ยังคงเหมือนเดิม
ไม่ได้เพราะขึ้น ไม่ได้เหงาไปจากเดิมเลย
แต่เป็นความรู้สึกที่อยู่ข้างในตัวผมเอง
...ที่เหงา…
นาฬิกามันไม่ได้โหดร้ายกับผมเลย
มันไม่ได้เดินช้าลงเหมือนกับถ่านกำลังจะหมดหรืออย่างไรเลย
มันไม่ได้กำลังพยายามที่จะบอกผมว่ามันใกล้ตาย
แต่เป็นความรู้สึกที่อยู่ข้างในตัวผมเอง
...ที่กำลังจะตาย….
แสงอาทิตย์ยามเย็นที่ส่องแสงผ่านกระจกหน้าต่างห้องนอนของผมจนแสบตา
มันไม่ได้หายไปไหนเลยถ้าลองมองอีกแง่มุมหนึ่งของพื้นดินที่เรายืน
บนท้องฟ้านั้นกำลังสว่างไสวเหมือนเมื่อวาน เพียงแต่วันนี้มีเมฆมาบังแสงอาทิตย์เท่านั้น
จึงทำให้แสงไม่สามารถส่องมาถึงพื้นดินที่เรายืนอยู่เท่านั้น
แต่เป็นความรู้สึกที่อยู่ข้างในตัวผมเอง
...ที่มืดมิดดั่งก้นเหวและท้องทะเลลึกเกินนับร้อยนับพันเมตร
เพียงเพราะคนคนเดียว
เพียงเพราะเค้าไม่อยู่
เพียงแต่ทว่าผมลืมตาตื่นลุกขึ้นจากเตียงแล้วไม่พบเค้าอีกแล้ว
เพียงแต่วันนี้ที่ผมไม่กล้าพอที่จะโทรไปหาเค้าคนนั้นอีกแล้ว
เพราะไม่อาจรู้ได้เลยว่าเค้ายังต้องการจะคุยกับเราอยู่หรือเปล่า
เพียงแต่วันนี้ผมคิดถึงเค้าแทบขาดใจ
ข้างในหัวใจของผมมันหนาวจนจับใจ
ผมกำลังจมอยู่ใต้ท้องทะเลที่มืดมิด
ผมกำลังร้องขอความช่วยเหลือก่อนที่ผมจะหมดลมหายใจ
ผมพยายามตะเกียดตะกายว่ายขึ้นมาสู่ผิวน้ำ
แต่ผมคงทำไม่ได้แน่ มันลึกเกินไปถึงแม้ว่าผมจะว่ายน้ำเป็น
อากาศของผมกำลังกะหมดไป
ผมเริ่มหายใจไม่ออกแล้ว
เรี่ยวแรงที่เคยมีมันกำลังอ่อนล้า
ผมพยายามกรีดร้องอย่างสุดเสียงเพื่อที่จะขอความช่วยเหลือ
...แต่น่าเสียดายที่เสียงกรีดร้องที่ทั้งเจ็บปวดและทุกข์ทรมานนี้
และอีกครั้งที่มีผมเพียงคนเดียวเท่านั้น...........ที่ได้ยิน...........
เหน เงียบ หาย ไป เรย
เชียง ใหม่ หนาว แร้ววววว
อา กาศ ดี๊ ดี
มา ๆๆๆ มา แอ่ว เจียง กัน
ม่วน น่ะ คัฟๆๆๆ